ลักษณะ

หัวเป็นแง่งขนาดใหญ่ คล้ายหัวขมิ้นแต่เล็กกว่า แตกในลักษณะสองด้านของลำต้น เนื้อในของแง่งสีขาวนวล ออกเหลืองอ่อน มีกลิ่นเล็กน้อย

ก้านใบสีเขียว ด้านในเป็นร่อง ด้านนนอกกลมนูน กาบใบสีเขียว โอบหุ้มกันเป็นลำสูง ใบรูปรียาวคล้ายขมิ้นชัน ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่ง โคนใบทู่ เส้นกลางใบทางด้านบนเป็นร่องสีเขียวอ่อน ด้านล่างนูนเป็นสันสีเขียวเหมือนแผ่นใบ ขอบใบมีขลิบสีขาว และแถบสีเหลืองอ่อนเข้าไปในแผ่นใบเป็นช่วงๆ

ดอกขึ้นตรงกลางยอดของลำต้นตรงโคนกาบ ดอกออกเป็นช่อคล้ายดอกไพล หรือดอกกระเจียว บานเป็นชั้นๆ ตามกลีบของดอกเป็นสีขาวปนชมพูอ่อน เกสรสีเหลือง

ประโยชน์/สรรพคุณ

ใช้หัวว่านไปต้ม หรือโขลกให้แหลกผสมสีผึ้งทาปาก หรือทำน้ำมันว่าน หรือทำน้ำว่านเพื่ออาบในการเข้าิพิธี ทำให้เกิดเสน่ห์

ใช้หัวว่านในทางคงกระพันชาตรี ก่อนกินให้สวดคาถาแปดทิศ "อิระชา คะตะระสา ติหัง จะโตโรถินัง สัประโรปุสะพุท โสมานะกะอิถาโร ภะสัมสัมริสะเทภะคะพุทปันทูธัมวะตะ ราโช โนอะมะมะวา อะวิสุนุสานุติ" 8 จบ

เป็นส่วนประกอบของการทำพระเครื่องโดยส่วนมากจะใช้เนื้อว่านนี้ผสม

ใช้เป็นสิริมงคล เมตตามหานิยม ส่งเสริมกิจการงานในบ้านให้เจริญก้าวหน้า มีอิทธิฤทธิ์ในทางคุ้มครองบ้าน ปกป้องเสนียดจัญไร

ว่านและสมุนไพรไทยในจังหวัดสกลนคร

ว่านอรหันต์แปดทิศ

ชื่อว่าน : ว่านอรหันต์แปดทิศ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma petiolata Roxb.

ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE

ชื่ออื่นๆ : ว่านมหาจักรพรรดิ, ว่านพระยากาเผือก, ว่านห้าร้อยนาง, ว่านกาจับหลัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วิธีปลูก

ควรเป็นดินปนทรายผสมปุ๋ยคอก และผงถ่านหรืออิฐหักป่นผสม กระถางที่ใช้ต้องใบใหญ่สูง หรือจะเป็นโอ่งเล็กๆ กลบหัวว่านพอมิด ตั้งกระถางในที่ร่ม รดน้ำพอประมาณ สวดด้วยคาถา "อิติปิโส ภควา - ภควาติ"